Online Marketing Platform Bible 5 ช่องทาง การทำตลาดออนไลน์ เพิ่มยอดขายให้ธุรกิจ

📲 ในปัจจุบันการสร้างแบรนด์จำเป็นต้องมีกลยุทธ์ หรือการตลาดออนไลน์ (Online Marketing) เพื่อส่งเสริมธุรกิจให้เป็นที่สนใจ ให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการนั้น ๆ มากขึ้น ซึ่งการทำการตลาดออนไลน์ที่รู้จักกันทั่วไป ได้แก่ Facebook, TikTok, Instagram, Google และ YouTube เป็นต้น

👉 FACEBOOK / META Marketing การสร้างแบรนด์ สร้างยอดขายผ่านโฆษณาเฟซบุ๊ก

ถ้าให้นึกถึงการทำการตลาดออนไลน์ที่น่าจะให้ผลลัพธ์ดีที่สุดในเวลานี้ ก็คงหนีไม่พ้น Facebook เพราะนอกจากจะมีฐานผู้ใช้งานสูงที่สุดในโลกแล้ว ยังสามารถทำโฆษณาแบบเจาะจงกลุ่มเป้าหมายได้ค่อนข้างลึกและละเอียด 

นอกจากนี้ ด้วยความที่กลุ่มเป้าหมายแต่ละคนมีพฤติกรรมชอบเสพคอนเทนต์ที่ต่างกันออกไป บางคนชอบดูข้อมูลจากภาพ หรืออัลบัม แต่ขณะที่บางคนชอบดูวิดิโอ หรืออ่านบทความสั้น ๆ รูปแบบคอนเทนต์ที่หลากหลายของเฟซบุ๊ก จึงตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้หลากหลายกว่าบางแพลตฟอร์ม และที่สำคัญกลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย โดยไม่ต้องมีเว็บไซต์เป็นตัวกลางอีกด้วย

👉 Tiktok Marketing การตลาดออนไลน์บนติ๊กตอก

ด้วยรูปแบบคลิปวิดิโอแบบสั้น และเป็นแพลตฟอร์มที่มีฟังก์ชันใหม่ ๆ เพิ่มอยู่เสมอ ถ้าหากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ หรือนักการตลาด ที่กำลังหาช่องทางในการขายเพิ่มขึ้น จึงปฏิเสธไม่ได้ว่า TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่ดีในการสร้างการรับรู้แบรนด์ ให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มคนรุ่นใหม่ เนื่องจากทุกวันนี้พฤติกรรมของผู้บริโภค นิยมให้ความสนใจกับสิ่งสามารถตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างรวดเร็ว และชื่นชอบคอนเทนต์ที่สร้างสรรค์ โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น และวัยกลางคน

👉 Instagram Ads เครื่องมือคู่แบรนด์สาย Beauty & Lifestyle ยังไงก็ต้องมี

ปัจจุบันนี้ Instagram เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการทำการตลาดที่มาแรงเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นเครื่องมือ social media ที่ผู้ใช้ สามารถถ่ายรูปหรือวิดีโอ และอัพโหลดขึ้นไป เพื่อแสดงมุมมองตัวเอง หรือความชอบตัวเองออกไป โดยแบรนด์ต่าง ๆ ได้หันไปให้ความสนใจใน Instagram กันมากขึ้น โดยเฉพาะ สาย Beauty & Lifestyle เพราะมีฐานผู้ใช้งานเป็นวัยรุ่นและวัยทำงานจำนวนมาก มีรูปแบบการใช้งานที่ใช้ง่าย และยังสามารถตกแต่งรูปได้หลากหลาย

ทั้งนี้ การทำการตลาดใน Instagram สามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมาย เพศ อายุ ความสนใจ กำหนดวันและเวลา รวมถึงงบประมาณในการทำโฆษณาได้ ซึ่งระบบแชร์ฐานข้อมูลมาจาก Meta จึงค่อนข้างรู้พฤติกรรมลูกค้า และถ้าหากสินค้าหรือคอนเทนต์เหมาะกับแพลตฟอร์มแล้ว  จะยิ่งทำให้กลุ่มเป้าหมายกดติดตาม และมีแนวโน้มเข้ามาดูสินค้าเรื่อย ๆ

และอีกแพลตฟอร์มนึงที่พลาดไม่ได้ก็คือ Google ads หรือ Google Adwords ซึ่งเป็นการตลาดสุดสมาร์ทพร้อมโซลูชั่นเหมาะกับหลายธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นรูปการตลาดแบบ Push Marketing หรือ Pull Marketing Google Ads มีทั้ง 2 แบบให้คุณได้เลือก

– Push Marketing คือ การสร้าง Brand Awareness นำส่งโฆษณาไปหาลูกค้าเรื่อย ๆ เพื่อให้ธุรกิจเป็นที่รู้จักและเติบโตในระยะยาว  ให้ลูกค้าเกิดการเห็นแบรนด์ซ้ำ ๆ จนเกิดการจดจำ ซึ่งตัวอย่างเครื่องมือ การตลาดแบบ Push Marketing ก็คือ Facebook, Tiktok , Instagram ads ที่เราพูดถึงข้างต้น

ส่วนในฝั่ง Google Ads จะมี Youtube Ads ที่เปรียบเสมือนเป็น “โฆษณาทีวีของโลกออนไลน์”

Youtube นับว่าเป็นช่องทางการค้นหาที่ใหญ่และได้รับความนิยมมาเป็นอันดับ 2 รองจาก Google แถมยังมีผู้ใช้งานที่เป็นผู้สร้างคอนเทนต์วิดีโอมากกว่า 50 ล้านราย จึงเป็นช่องทางที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก ที่นักการตลาดจะเข้าทำโฆษณา สังเกตได้จากทุกวันนี้ เวลาที่ดู Youtube จะเห็นว่ามีโฆษณาเด้งขึ้นมาตลอด ในความกวนใจเหล่านั้น ทำให้แบรนด์หรือธุรกิจสามารถเป็นที่จดจำสำหรับผู้ชมบนแพลตฟอร์มนี้ไปได้ไม่มากก็น้อยเลยทีเดียว

– Pull Marketing คือ การตลาดที่ดึงดูดลูกค้าเข้ามาหาแบรนด์ ซึ่งเหมาะกับธุรกิจที่ค่อนข้างเป็นที่รู้จักในระดับหนึ่ง ลูกค้าสนใจ หรือมีความต้องการอยู่แล้ว     จึงเกิดการค้นหาข้อมูล และตัดสินใจซื้อในทันที ซึ่งตัวอย่างเครื่องมือ การตลาดแบบ Pull Marketing  ก็คือ Google Ads หรือ ตัว Google Search Marketing ที่เราคุ้นเคยกันดี

Google หนึ่งในเครื่องมือการตลาดออนไลน์ที่ทรงพลังที่สุด ถือเป็น Search Engine ที่มีผู้ใช้มากที่สุดในโลก ไม่ว่าจะเป็นใคร วัยไหน ๆ ก็ต้องใช้ Google ในการหาข้อมูลต่าง ๆ ตั้งแต่ข้อมูลทั่วไป ความรู้ ตลอดจนสินค้าและบริการต่าง ๆ การโฆษณาผ่าน Google จึงตอบโจทย์ในแง่ของการที่เป็นตลาดใหญ่ และมีผู้ใช้จำนวนมาก โดย Google Ads เอง ก็มีบริการที่น่าสนใจมากมาย เช่น โฆษณา Google ประเภท Search Ads, โฆษณา Google ประเภท Display Network (GDN) เป็นต้น 

จะเห็นได้ว่าการตลาดออนไลน์ มีรูปแบบให้เลือกใช้หลากหลายช่องทางซึ่งสามารถนำมาใช้ได้ตามความเหมาะสม เป็นเครื่องมือสำคัญที่หลายธุรกิจหันมาใช้เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ให้สินค้าหรือบริการ รวมถึงเป็นการกระตุ้นยอดขายให้สูงขึ้น อีกทั้งยังสามารถเข้าถึงได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย มีรูปแบบเนื้อหาที่หลากหลายและน่าสนใจ สามารถวัดผลได้แม่นยำและน่าเชื่อถือ ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่ไม่จำเป็นได้ และเป็นการสื่อสารสองทางระหว่างลูกค้ากับเจ้าของธุรกิจอย่างสะดวกรวดเร็วอีกด้วย

Share

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *