ไขข้อสงสัย? ทำไม Facebook Ads เรียกเก็บภาษี VAT 7%

ช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้ หลายๆท่านที่กำลังจะยิงโฆษณา บน Facebook จะถูกแจ้งเตือนให้กรอก VAT ID จึงจะเริ่มยิงโฆษณาได้ แต่สงสัยกันไหม ว่าทำไม Facebook ถึงได้เรียกเก็บ VAT 7% สำหรับการโฆษณาด้วย วันนี้ Aday Marketing มีคำตอบ…

 

ทำไม Facebook จึงต้องเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)?

Facebook ได้ทำการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ตามกฎหมาย e-Service ได้กำหนดให้ผู้บริการจากต่างประเทศ และแพลตฟอร์มต่างประเทศที่ให้บริการผ่านช่องทางออนไลน์แก่ผู้ใช้บริการในประเทศไทย ต้องจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้กับกรมสรรพากร

 

กฏหมาย e-Service คืออะไร?

กฎหมาย e-Service คือ กฏหมายการเก็บภาษีที่ใช้กับการให้บริการอิเล็กทรอนิกส์ เช่น บริการสตรีมมิ่งเพลง ภาพยนต์ หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ที่มาจากต่างประเทศ เพื่อเรียกเก็บบริษัทไอทีข้ามชาติ สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศ และสร้างความเท่าเทียมให้กับผู้ประกอบการในไทย 

 

การเก็บภาษีโฆษณาบน Facebook จะเริ่มต้นเมื่อไหร่?

การเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในการซื้อโฆษณาบน Facebook ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 7% จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 กันยายน 2564 เป็นต้นไป ตามกฏหมาย e-Service 

 

Facebook ทำการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) อย่างไร?

ตามประกาศของ Facebook นั้น โฆษณาทุกรูปแบบไม่ว่าจะมาจากบัญชีส่วนตัวหรือบัญชีธุรกิจจะต้องถูกเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ทั้งหมด โดยที่วงเงินในการโฆษณาที่กำหนดไว้จะไม่ได้รับผลกระทบ และจะถูกคำนวนเพิ่ม ณ ตอนชำระค่าบริการ แต่สำหรับบัญชีที่มีการเติมเงินก่อน การยิงโฆษณาจะถูกคำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ทันทีเพื่อไม่ให้ค่าโฆษณาเกินจำนวนเงินที่มีอยู่ในบัญชี

 

เงื่อนไขสำหรับการเก็บภาษีโฆษณาบน Facebook มีอะไรบ้าง?

  1. ธุรกิจที่ยิงโฆษณาผ่าน Facebook ต้องกรอกเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ในหน้าตั้งค่าการชำระเงิน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลก็ตาม
  2. การเรียกเก็บภาษี Facebook จะไม่บวก VAT ในการซื้อโฆษณาบน Facebook ของผู้ใช้หรือง่ายๆก็คือ ซื้อโฆษณาเท่าไหร่ ก็เสียเงินให้กับ Facebook เท่านั้น!
  3. ธุรกิจต้องดำเนินการรับผิดชอบในการประเมินตนเอง และทำการจ่าย VAT กับกรมสรรพากรด้วยตนเอง

 

ยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มจากการโฆษณาได้อย่างไรบ้าง?

ขั้นตอนการยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม สามารถทำได้ดังนี้

  1. ดาวน์โหลดใบเสร็จ หรือหลักฐานการชำระเงินจาก Facebook หรือแพลตฟอร์มที่ต้องการ
    – บุคคลธรรมดา
    ค่าโฆษณาถือเป็นเงินได้ประเภท 40(8) ในการยื่นแบบเพื่อเสียภาษีเงินได้ประจำปี สามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริง โดยแนบหลักฐานการชำระเงิน หรือหากเลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาะ ก็ไม่จำเป็นต้องขอหลักฐานเพื่อยื่นภาษี
    – บริษัท / ห้างหุ้นส่วน / นิติบุคคล
    ค่าโฆษณา ถือเป็นค่าใช้จ่าย และต้องเป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับกิจการ แนบกับหลักฐานการชำระเงิน โดยไม่จำเป็นต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย เฉพาะเงินได้ประเภท 40(2), (3), (4), (5) หรือ (6) จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ ไม่ได้ประกอบกิจการในประเทศไทย
  2. ยื่น ภ.พ. 36  เพื่อนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 7 ของค่าโฆษณา โดยยื่นแบบภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่มีการจ่ายค่าโฆษณานั้น

 

หากไม่ใส่เลขประจำตัวผู้เสียภาษี บนบัญชีธุรกิจได้หรือไม่?

ผู้ที่ไม่ได้กรอกข้อมูลเลขประจำตัวผู้เสียภาษี บนบัญชีธุรกิจจะมีการเรียกเก็บ VAT เพิ่มทุกครั้งที่ผู้ใช้ถูกเรียกเก็บค่าโฆษณา ไม่ว่าจะจะซื้อโฆษณาบน Facebook เพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจหรือส่วนตัว ในการเรียกเก็บเงิน ผู้ใช้งานจะไม่ถึงเกณฑ์การถูกชำระเงินเร็วขึ้น แต่อาจถูกเรียกเก็บเงินมากกว่าเกณฑ์การชำระเงิน

 

แพลตฟอร์มอื่นๆ มีการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)เหมือนกันหรือไม่?

นอกจาก Facebook ที่มีการเรียกเก็บ VAT แล้ว แพลตฟอร์มอื่นๆด้วยเช่นกัน ได้แก่

  1. แพลตฟอร์ม E-Commerce ขายของออนไลน์
  2. แพลตฟอร์มโฆษณา ยิ่ง Ad เช่น Facebook, Google
  3. แพลตฟอร์ม Agency จองที่พัก โรงแรม ตั๋วเดินทาง เช่น Booking.com, Agoda
  4. แพลตฟอร์มตัวกลาง เช่น เรียกรถรับส่ง สั่งอาหาร
  5. แพลตฟอร์มบริการออนไลน์ เช่น เกม ดูหนัง ฟังเพลง ระบบ Cloud ประชุมออนไลน์ subscription และ digital content อื่นๆ เช่น App Store, Play Store, PlayStation Store, Netflix, YouTube, Spotify, Zoom, Dropbox

 

ไม่ว่าจะแบบการตลาดแบบไหน Aday Marketing ก็สามารถช่วยคุณได้

จุดเริ่มต้นก้าวสำคัญของคุณ…ให้เราดูแลที่ Aday Marketing💡

🖥Website: https://www.adaymarketing.com/

 

#Adaymarketing #DigitalMarketingAgency

 

Share

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *