สร้างพลังของ Content ที่เหนือกว่า ด้วย “Content Pillar” 

             หลายๆ คนที่เล่น Social Media ย่อมคุ้นเคยกับคอนเทนต์ต่างๆ รอบตัวคุณในแต่ละวัน แต่รู้ไหมว่ากว่าจะมีแต่ละคอนเทนต์นั้นจำเป็นต้องมีการผ่านกระบวนการคิดหลายขึ้นตอนเพื่อให้มีความเชื่อมโยงต่อเนื่อง และต้องมียอดที่ดีส่งผลต่อแบรนด์ได้มากที่สุด และวันนี้ ADAY Marketing ก็พาทุกคนไปพบกับกลยุทธ์ที่จะมาช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับคอนเทนต์ของคุณได้ไปดูกันเลย….

รู้จักแบรนด์ของคุณให้มากขึ้น

             ก่อนอื่นเลยสิ่งสำคัญที่สุดคือ คุณต้องรู้ว่า “จุดเด่น” ของแบรนด์คุณคืออะไร ส่วนไหนที่เด่นก็ควรที่จะนำมาใช้เป็นหลักในการทำคอนเทนต์ ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็จะมีจุดเด่นที่ต่างกัน เช่น บางแบรนด์อาจจะใช้ “เจ้าของแบรนด์” เป็นจุดเด่น บางแบรนด์อาจจะมี “มาสคอต” เป็นจุดเด่น หรือบางแบรนด์ก็มี “สินค้า” เป็นจุดเด่น อย่างพวกร้านอาหารที่มีจุดเด่นเป็นอาหาร ก็ควรที่จะทำคอนเทนต์เกี่ยวกับอาหารเป็นหลัก

             ยกตัวอย่างเช่น “พี่ก็อตจิ” มาสคอตของ PTT  ที่ใครๆเห็นก็จะจำได้แน่นอน ซึ่งก็มักจะเห็นพี่ก็อตจิมาแจมอยู่ในคอนเทนต์ของ PTT แทบจะทุกคอนเทนต์เลย

การสื่อสารที่ดีต้องรู้ว่า…จะเล่าให้ใครฟัง ? ฟังแล้วจะได้อะไร ?

             ก่อนที่เราซึ่งเป็นผู้เล่าจะเล่าบางสิ่งบางอย่างออกไป สิ่งที่จำเป็นอย่างมากคือเราต้องรู้ว่าผู้ฟังของเราเป็นใคร และเขาจะได้รับอะไรจากสิ่งที่เราเล่า โดยเราจะต้องลงรายละเอียดเข้าไปให้ชัดว่าสิ่งที่เขาจะได้ เขาสนใจไหม แล้วจะมีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าของเราเพิ่มขึ้นหรือไม่ นั่นคือสิ่งที่ตอบคำถามให้ได้ของเหล่านักคิดคอนเทนต์

ทำความรู้จัก “Content Pillar” ตัวช่วยเรื่องคอนเทนต์

 

 

             พูดง่ายๆ “Content Pillar” นั้นก็คือแนวทางหรือเรื่องราวของคอนเทนต์ของ Page ว่าจะมีเรื่องอะไรบ้างที่จะเกี่ยวข้องระหว่างแบรนด์และสิ่งที่ลูกค้าอยากรู้ ถ้าเริ่มต้นไม่รู้ว่าจะมีอะไรบ้าง ลองศึกษาแนวทางของคู่แข่งได้ว่าคอนเทนต์ แบบไหนที่คนมามีส่วนร่วมเยอะหรือน้อย ซึ่งด้วยการศึกษานี้เราจะรู้ว่า คนอื่นมี Pillar แบบไหน และมีสัดส่วนในแต่ละ Pillar เท่าไหร่บ้าง  โดยหลักๆ แล้ว “Content Pillar” ก็จะแบ่งเป็นประมาณ 5 แบบนั่นก็คือ 

  1. “Gags” คือ คำพูดหรือข้อความประจำวันที่สร้างช่วงเวลาดีๆ ให้กับกลุ่มเป้าหมายของเรา
  2. “Trend / Occasion” สร้างเทรนด์หรือโอกาสพิเศษในแบบที่สนุกสนาน อาจรวมไปถึง Real-time Marketing เรื่องที่เป็นกระแสในขณะนั้น
  3. “Good Moment” สร้างช่วงเวลาที่สนุกสนานให้กับกลุ่มเป้าหมายด้วย Quiz หรือ Game ต่างๆ
  4. “Brands” เนื้อหาเกี่ยวกับแบรนด์ที่พูดในภาษาของกลุ่มเป้าหมาย และในมุมมองของพวกเขา
  5. “Campaign” ข้อมูลเกี่ยวกับแคมเปญ โปรโมชั่น หรือ กิจกรรม

             เมื่อเราได้ประเภทที่เหมาะสมกับแบรนด์แล้วให้ชั่งน้ำหนักว่าแบรนด์ของเราควรโพสต์ประเภทไหนมากที่สุดเช่น Campaign 50%, Brands 20%, Trend / Occasion 10%, Good Moment 10% และ Gags 10% เป็นต้น

             เมื่อเราได้สัดส่วนแล้ว ให้คิดว่าในหนึ่งเดือนจะโพสต์เท่าไหร่ หรือในสัปดาห์หนึ่งจะโพสต์กี่โพสต์วันไหนบ้าง เช่น วางแผนจะโพสต์ทั้งหมด 20 โพสต์ เสร็จแล้วก็คิดสัดส่วนว่าคอนเทนต์แต่ละประเภท จะตกกี่โพสต์และลงช่วงวันไหนดีสุด

             ซึ่งวิธีการจัดสรร Content Pillar นี้เราสามารถปรับได้ตามความเหมาะสมขึ้นอยู่กับ Strategy ของแบรนด์นั้นๆว่าต้องการเน้นอะไร เช่นเพจ Louis Vuitton ที่ค่อนข้างเน้นไปที่ Brand Content โชว์ Product Packshot สวยๆดูหรูหรา เป็นหลัก ก็คงให้สัดส่วนที่ 50% สำหรับ Brand Content และหัวข้ออื่นๆ จึงให้ลดหย่อนลงมาตามความเหมาะสม

             💡 แต่ไม่ว่าจะเป็นคอนเทนต์แบบไหน ADAY Marketing ก็สามารถช่วยคุณวางแผนทุกอย่างได้ จุดเริ่มต้นก้าวสำคัญของคุณ…ให้เราดูแลที่ ADAY Marketing ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ www.www.adaymarketing.com

Aday Marketing LINE Connect

Follow the knowledge of Digital Marketing and technology at Aday Marketing

Recent Posts